Thursday, May 22, 2008

The Chemical Brothers: Future Music Festival 2008 Australia / ดนตรีแห่งอนาคต ณ ปัจจุบัน



Story: กิติคุณ ทรงประเสริฐ hiddentracks.wordpress.com
ตีพิมพ์ใน หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ รายสัปดาห์ (Enter Trend) ฉบับ 11 เมษายน 2551

ใน หนังสือของ คมสัน นันทจิต เขียนไว้ว่า ในพจนานุกรมของ คนพเนจร เมื่อเปิดพบคำว่า “หน้าร้อน” แล้ว คำถัดไปมักจะเป็นคำว่า “การเดินทาง” เสมอ และหากจะมี สถานที่แห่งหนึ่ง เพื่อออกเดินทางท่องเที่ยวละไม แล้วละก็ ประเทศออสเตรเลีย คงเป็นหนึ่งสถานที่ๆ ฤดูร้อน ของที่นี่ดูเหมือนจะยาวนานกว่าปกติเล็กน้อย ออสเตรเลีย เป็นหนึ่งในประเทศ ที่มีงานเทศกาลศิลปะ, วัฒนธรรม - ไลฟ์สไตล์ และดนตรีมากมาย รวมไปถึงการแข่งขันกีฬารายการใหญ่ เช่น เทนนิส, รถแข่ง, รักบี้ ฯลฯ ทั้งระดับท้องถิ่น หรือในระดับชาติ และเป้าหมายของการเดินทางครั้งนี้ของเราอยู่งาน Future Music Festival 2008

"การเดินทางไกลหลายพันไมล์การต่อคิวยาวเหยียด และเบียดเสียด กับผู้คนคับคั่ง ไม่เคยมีความหมายเท่านี้มาก่อน"

งาน เทศการ Future Music Festival (FMF) นี้ถูกจัดขึ้นตามหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ คือเมือง Sydney, Melbourne, Perth, Brisbane และ Adelaide ที่ดำเนินการโดย Future Entertainment ออแกไนซ์/ บริษัทบันเทิงครบวงจรชื่อดังของประเทศ บนพื้นฐานแนวคิดที่จะจัดงานดนตรีที่รวบรวมเอาซูเปอร์สตาร ์ของดนตรีอิเลคโทรนิค ระดับโลกและ จาก พื้นถิ่นหลากรูปแบบ มาเปิดการแสดงร่วมกันหลายเวที, แสงสีแสงตระ การตา, ในช่วงเวลาดีๆ ภายใต้แสงแดด, ฝูงชนที่ชูมือกู่ร้อง เต็มไปด้วย ความพึงพอใจไปกับบทเพลงไพเราะ, จังหวะดนตรีเต้นรำแนว House, Progressive, Indie/ Electro, Trance, Ambient, Minimal, Breaks, Drum n’ Bass, Techno แสนสนุก

Line up ที่มาในงานนี้ได้แก่ Josh Wink, John Digweed, Roger Sanchez, Sven Vath, Who Made Who, Dirty South, The Black Ghots, Midnight Juggernauts, Riot In Belgium, Felix Da Housecat, X-Press 2, Evil 9 และอีกยาวเหยียดมากมาย โดยมี สองศรีพี่น้องพลังเคมี The Chemical Brothers เป็น Head line

งาน จัดกันตั้งแต่เที่ยงวันยันเที่ยงคืน ณ Garden of Unearthly Delights สวนสาธารณะ, สวนสนุก และสวนศิลปะขนาดใหญ่ประจำเมืองที่ประกอบไปด้วย โรงหนัง, Lounge, ชิงช้าสวรรค์, เครื่องเล่นผาดโผน และเวทีการแสดงต่างๆ มากมายที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้พร้อมสำหรับงาน FMF ครั้งนี้

"เพราะอากาศที่ร้อนจัดกว่า 40 องศา แต่ผู้คน ที่มีใจรักในเสียงเพลงก็ยังเดินทางมาร่วมงานกันอย่างล้นหลาม"


ภาย ในงานแบ่งเป็นโซนต่างๆ กว้างขวางจนเราเดินไม่ทั่วถึงเพราะอากาศที่ร้อนจัด กว่า 40 องศา แต่ผู้คนที่มีใจรักในเสียงเพลงก็ยังเดินทางมาร่วมงานกันอย่างล้นหลาม โซนเด่นๆ ที่เราชอบคงเป็น Silent Disco ซึ่งก็คือเต๊นท์ที่จำลองเป็นดิสโก้เธค แต่จะไม่ได้ยินดังใดๆ นอกจากเราจะสวม Head Set เพื่อรับฟังเพลงจากดีเจที่ส่งสัญญาณผ่านคลื่นวิทยุ ความสนุก คงเป็นเวลาที่ คนตะโกนคุยกันเพราะ ลืมว่าใส่หูฟังขนาดใหญ่อยู่ บ้างก็ร้องตามเสียงหลงดังแบบไม่รู้ตัว (ทำให้เราเข้าใจว่า แม้แต่ฝรั่ง ก็ร้องเพลงฝรั่งดำน้ำเช่นกัน) และบางคนก็จะแสดงท่าทางดื่มด่ำ อินไปกับบทเพลงซะจนน่าหมั่นไส้

ไฮไลท์มีมากมายเกินจะบรรยาย ทั้งฝุ่น, ควัน, แดดเผา, น้ำดื่มราคาแพง (แต่เบียร์ถูก!), ฝรั่งตัวเหม็น, คิวซื้อมีทพายยาวเหยียด (อาหารประจำชาติออสเตรเลียแสนอร่อย) ไปจนถึงคนเมาแล้วเพี้ยน ไม่ได้ทำให้เราและผองเพื่อนท้อแท้แต่อย่างใด


" เพลงอย่าง Block Rockin Beats ที่มีส่วนผสมของท่อน Break และเสียงเบสสุดเท่กับ เสียง Synth สากๆ ก็แรงกระแทกกระทั้นพอจะฟาดให้หัวแตกได้"


ติดตาม ดูวงโปรดไล่เรียงกันไปจนพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไป (กินเวลาประมาณเกือบสามทุ่ม) ก็ถึงเวลาที่เรารอคอยเมื่อสองหนุ่ม Tom และ Ed แห่ง The Chemical Brothers ปรากฏตัวขึ้น ฝูงคนก็เฮสนั่น และเต้นระบำไปกับดนตรี Electronic/ Breakbeat สุดล้ำ ดนตรีของพวกเขานั้น แม้จะเป็นดนตรี Electronic ที่ถูกเรียบเรียงด้วย Synthesizer หรือเครื่องมือดิจิตอลต่างๆ แต่ก็มีอิทธิพลของความ เป็นดนตรีร็อคอยู่ค่อนข้างสูง เพลงอย่าง Block Rockin Beats ที่มีส่วนผสมของท่อน Break และเสียงเบสสุดเท่กับ เสียง Synth สากๆ ก็แรงกระแทกกระทั้นพอจะฟาดให้หัวแตกได้ สร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆ และเป็นอิทธิพลกับวงดนตรีรุ่นๆหลังอย่างๆ Justice, Soulwax, Vanshe ฯลฯ

"แต่งตัวอย่างเรียบง่าย แฝงตัวก้มๆเงยๆ ทำตัวยุ่งอยู่ภายใต้แผงคีย์บอร์ด และอุปกรณ์ เอฟเฟค์กองพะเนิน แต่ดนตรีเยี่ยมๆ "

ใน ขณะที่วงอย่าง Daft Punk และวงลูกหลานยุค Nu Rave ต่างแต่งตัวและสร้างภาพ ลักษณ์ แก่นเซี้ยวซ่า สีสันสะท้อนแสง ทั้งคู่กลับแต่งตัวอย่างเรียบง่าย แฝงตัวก้มๆเงยๆ ทำตัวยุ่งอยู่ภายใต้แผงคีย์บอร์ด และอุปกรณ์เอฟเฟคกองพะเนิน แต่ดนตรีเยี่ยมๆ กับ ภาพวิชชวล และระบบไฟเอเฟค์ก็รุนแรง และทำให้เราตาค้าง และตกอยู่ในภวังค์ เมื่อในช่วงหลังพวกเขาซัด เพลงสุดหลอน Psychedelic อย่าง Setting Sun, Private Psychedelic Reel ให้แฟนเพลงของพวกเขา Get High กันโดยไม่ต้องใช้ยา


เป็น อีกครั้งที่การเดินทางแสนไกล, การนับวันรอคอย, การเดินทางไกลหลายพันไมล์, การต่อคิวยาวเหยียด และเบียดเสียดกับผู้คนคับคั่ง ไม่เคยมีความหมายเท่านี้มาก่อน และหน้าร้อนปีนี้คงเป็นปีที่เราจะจดจำไปแสนนาน

No comments: